"จัดยิ่งใหญ่ 8-9 เม.ย.นี้ ศึกมหกรรมมวย รวมพลคนจะนะ" นิพนธ์ ร่วม ศอ.บต. จังหวัดสงขลา และอบจ.สงขลา แถลงข่าวเชิญชวนรับชม มหกรรมมวยการกุศล หวัง ส่งเสริมพัฒนาการเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ และกระตุ้นการท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ
 

วันนี้(5 เม.ย.64) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการแถลงข่าวการแข่งขันชกมวยเพื่อการกุศล โดยมี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวรนัฏ หนูรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  นางสาวปรินดา ปาลาเร่ เลขานุการนายกอบจ.สงขลา ร่วมในการแถลงข่าว ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน  อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

  ทั้งนี้มูลนิธิธงฟ้าช่วยคนยาก ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดสงขลา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ชมรมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภาคเอกชนร่วมในการจัดการแข่งขันชกมวยเพื่อการกุศล ในศึกมหกรรมมวยรวมพลคนจะนะ ขึ้นในระหว่างวันที่ 8 ถึง 9 เมษายน 2564  ณ สนามมวยชั่วคราวสนามแข่งขันนกเขาชวาหวังดี ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

 

  นายนิพนธ์ รมช.มท. ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กล่าวว่า "การแข่งขันชกมวยเพื่อการกุศลศึกมหกรรมมวยรวมพลคนจะนะ จัดขึ้นเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล และสนับสนุนโยบายให้สงขลาเป็นเมืองกีฬา เป็นการสร้างกลยุทธ์ในการอนุรักษ์ศิลปะ และวัฒนธรรมในการเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของคนนอกพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ นอกจากนี้เป็นการส่งเสริมให้เยาวชน หันมาอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ห่างไกลยาเสพติด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองจะนะ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งกีฬาที่สำคัญ  ตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะยกระดับประเทศไทยไปสู่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ให้มีคุณภาพ และนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งรายได้จากการแข่งขันชกมวยเพื่อการกุศล ซึ่งได้จากการบริจาค จะนำไปมอบให้กับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน และสถาบันการศึกษาต่างๆ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา"

  นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดจำหน่ายของดีราคาถูก จากโรงงานธงฟ้า สินค้าราคาประหยัดของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มาจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ในราคาถูกตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน

 

  อย่างไรก็ตามคณะผู้จัดงานได้ให้ความสำคัญถึงมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิต 19 อย่างเคร่งครัด โดยมีมาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันอย่างเต็มรูปแบบ ให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานทุกคน ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ
รักษาระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด
##ศูนย์ข่าวใต้สันติสุข##
 
เว็บสำเร็จรูป
×