หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประชุมกิจกรรมดำเนินงานของคณะทำงานจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนเพื่อเสริมความมั่นคง พร้อมลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดน และเสริมสร้างความเข้าใจกับปร เกี่ยวกับการก่อสร้างรั้วชายแดนะชาชนในพื้นที่



หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประชุมกิจกรรมดำเนินงานของคณะทำงานจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนเพื่อเสริมความมั่นคง พร้อมลงพื้นที่สำรวจแนวชายแดน และเสริมสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่
เกี่ยวกับการก่อสร้างรั้วชายแดน





     วันนี้ (18 ก.พ. 64) ที่ห้องประชุมตากใบลากูนรีสอร์ท อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พลตรี ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นประธานการประชุมกิจกรรมดำเนินงานของคณะทำงานจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนเพื่อเสริมความมั่นคง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม อาทิ หน่วยเฉพาะกิจยะลา , กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส , หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ , กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ , ศูนย์ประสานงานชายแดนไทย - มาเลย์เซีย , หน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วมการประชุม
      สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีการชี้แจงข้อมูลสถานการณ์ด้านการข่าว สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส  COVID - 19 โดยในห้วงตั้งแต่ 19 ม.ค. -  18 ก.พ. 64 เกิดเหตุการณ์ความมั่นคง จำนวน 6 ครั้ง ไม่มีผู้เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID - 19 และการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ในประเทศมาเลเซีย มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมาเลเซียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ทำให้ผู้ใช้แรงงานที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย รวมถึงบุคคลต่างด้าว มีการลักลอบข้ามแดนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้ช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอตากใบสุไหงโก-ลก และอำเภอแว้ง เพิ่มมากขึ้น โดยมีสถิติการจับกุมตั้งแต่ 19 ม.ค. - 18 ก.พ. 64 มีการจับกุม จำนวน 8 ครั้ง ผู้ต้องหา จำนวน 43 คน นอกจากนี้ยังมีการชี้แจงการดำเนินงานของคณะทำงานจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนในห้วงที่ผ่านมา ในเรื่องการปรับรายละเอียดโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย ด้านอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งการดำเนินงานของคณะทำงานการจัดระเบียบชายแดน เพื่อเสริมความมั่นคง ที่กำหนดวัตถุประสงค์ ในระยะสั้นเพื่อป้องกัน สกัดกั้น ยับยั้งการลักลอบขนย้ายอาวุธ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ และการคัดกรองบุคคล ในระยะยาว เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคงปลอดภัย สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริเวณชายแดน รวมทั้งรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน



      โดยมีเป้าหมายเพื่อลดเหตุรุนแรง ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การผ่านข้ามแดนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID - 19 และเกิดความร่วมมือของภาครัฐในระดับต่างๆระหว่างไทยกับมาเลเซีย โดยดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565 ตามแผนที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง ในการก่อสร้างประกอบด้วย 4 รายการ คือ การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำโก-ลก บริเวณเขตอำเภอตากใบ ระยะทาง 7.528 กิโลเมตร , การก่อสร้างรั้วตาข่ายเหล็กชายแดน สูง 2 เมตร ระยะทาง 15 กิโลเมตร , การก่อสร้างรั้วความมั่นคงอิเล็กทรอนิกส์ตามแนวชายแดน และการตั้งฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนไทย – มาเลเซีย จำนวน 3 ฐาน ซึ่งผู้ที่มีที่ดินติดแนวชายแดน จำนวน 293 ราย ได้ยินยอมให้สร้างรั้วชายแดนเพราะเข้าใจในสภาพปัญหาในพื้นที่ สำหรับเขื่อนป้องกันตลิ่งฝั่งประเทศมาเลเซีย ทำตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ด้านตรงข้ามอำเภอตากใบถึงอำเภอแว้ง สำหรับฝั่งไทย ชายแดนด้านอำเภอตากใบ 21 กิโลเมตร ได้ทำเขื่อนกั้นตลิ่งบริเวณที่ถูกกัดเซาะรุนแรง รวมระยะทาง 13.3 กิโลเมตร
นอกจากนี้ นอกจากนี้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองตากใบ ชุมชนตาบาลีเฮ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 81.01
        ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงพื้นที่ชายแดนอำเภอตากใบ เพื่อสำรวจแนวชายแดน และเสริมสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับการก่อสร้างรั้วชายแดน เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงและภัยแทรกซ้อนต่างๆ ตลอดจนการดำเนินการจัดระเบียบชายแดนได้ทุกมิติ



##ศูนย์ข่าวใต้สันติสุข##



 
เว็บสำเร็จรูป
×